การกระตุ้นการเป็นสัด

prawit
User offline. Last seen 2 years 37 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 07/10/2011
Posts: 165
Points: 0

สอบถามคุณหมอผู้รู้ครับ ผมใช้ลูทาไล กระตุ้นการเป็นสัด ครั้งละ ๕ ซีซี ตามโปรแกรมดังนี้
๑ สัปดาห์แรก ผมฉีด เอดีอี ตามขนาดการใช้ อี สิลิเนียม ตามขนาด และ คาณโตซาน ๑๕ ซีซี
๒. สัปดาห์ที่ สอง ฉีดยาตามขนาดเดิม ตัวเดิมของสัปดาห์ที่ ๑
๓. สัปดาห์ที่ สาม เอดี ๓ อี ๕ ซีซี และลูทาไล ๕ ซีซี ผลวัวยังไม่มีอาการเป็นสัดแค่มีเมือกไหลบ้างไม่มาก(ทำ ๓ ตัว) ความสมบูรณ์วัว คะแนน ๓ จาก ๕ คะแนน
๔ นับมาอีก ๑๐ วัน ผมฉีด ลูทาไล(อย่างเดียว )๕ ซีซี ช่วงนี้รอการเป็นสัด (ฉีดเมื่อวาน ๔ เมย๕๕) รออีกสองวันถ้ามีเมือกก็จะผสมเลย
คำถาม ๑ การกระตุ้นวิธีนี้มีผลเสียต่อวัวอย่างไรบ้าง วัวมีลูกมาแล้ว แม่ละ ๑ ตัว
๒ ถ้ามีเมือกในวันที่ ๖ เมย ๕๕ จะผสมเลยได้หรือไม่ ผมเตรียมโคลูรอลไว้แล้วปละกะผสมซ้ำเช้าเย็น
ทั้งหมดที่ทำอ่านจากตำรามาทำเองครับ ไม่ได้จบทางการเกษตรอะไร เพียงแต่อบรมผสมเทียมและทำเองได้ไม่ได้รับผสมเทียมทั่วไปแค่ทำในคอกตัวเองและญาติๆ
รบกวนตอบข้อข้องใจครับ

โกยแนบ วิ่งป่าราบ
User offline. Last seen 3 years 2 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 01/04/2011
Posts: 1035
Points: 0

เรื่องข้อมูลผิดนี้ผมเห็นตั้งแต่เมื่อวานก่อนแล้ว ก็มันจริงๆนิ ที่ผมให้ข้อมูลผิด ไม่รู้ว่าเกิดสับสนขึ้นในสมองเอาตอนใหน ตอนแรกคิดว่าเด๋ว ผู้รู้ตัวจริงก็คงจะมาบอกเอง ว่าผมผิด
แต่ผู้รู้ตัวจริงดันไม่กล้าหักหน้าผม กลัวผมเสียหน้าซะงั้น ...... เอาก็เอา ...... แก้ก็แก้ ....... อุตส่ามีน้ำใจไม่กล้าหักหน้ากัน .......

ความผิดพลาด เรื่องแรก ลูทาไลส์ มีสาร PGF2-alfa ซึ่งเป็น ฮอร์โมนพรอสตาแกลนดิน ครับ ไม่ใช่ โปรเจสเตอร์โรน ( เลยทำให้สับสนไปเลยทีนี้ )

พรอสตาแกลนดิน จะถูกผลิตขึ้นที่ มดลูก เมื่อไม่มีการตั้งท้องเพื่อให้ สัตว์เข้าสู่กระบวนการผสมพันธุ์ต่อไป โดยจะไปสลาย ซีแอล ในรังไข่ ....... อ้าว ขอไล่จากต้นไปหาปลายก่อนดีกว่า เด๋วสับสนข้อมูลอีก

ในกระบวนการเป็นสัดของงัว ไล่จากต้นไปหาปลาย ( เด๋วสับสนอีก )

1. เริ่มต้นด้วย สมอง ฮายโปทาลามัส ผลิตฮอร์โมน โกนาโดโทรปีน ขึ้น แล้วส่งไปกระตุ้นต่อมใต้สมอง เพื่อให้ผลิตฮอร์โมนออกมาอีก 2 ตัว คือ LH และ FSH

2. ฮอร์โมนทั้ง 2 ตัวของต่อมใต้สมองนี้ จะไปกระตุ้นให้รังไข่เจริญ ฟอลลิเคิล และไข่มีการพัฒนา และพร้อมที่จะสุกตกลงมา

3. ฟอลลิเคิลพัฒนาและสร้าง ฮอร์โมน เอสโตรเจน ออกมาเพื่อให้ มดลูกมีการพัฒนา และสัตว์มาการแสดงอาการเป็นสัดขึ้น

4. แต่ในกระบวนการเป็นสัดนั้น ฟอลลิเคิล อันเดียวอาจจะสร้าง เอสโตรเจน ออกมาไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องใช้ฟอลลิเคิล หลายๆอันช่วยกันสร้างขึ้น ในรูปแบบของ คลื่นฟอลลิเคิล ( รายระเอียดของกระบวนการนี้ ให้ผู้รู้ตอบดีกว่า ) ซึ่งจะสร้าง เอสโตรเจน ออกมาอย่างต่อเนื่องกระตุ้นให้มดลูกมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเช่นกันเพื่อให้พร้อมต่อการรับตัวอ่นเข้าฝังตัวและตั้งท้องต่อไป

5. หลังจากเกิดคลื่นฟอลลิเคิล แล้วจะทำให้ มีปริมาณ เอสโตรเจน สูงมากในร่างกาย ส่งผลให้เกิดการยับยั้ง การหลั่งของ FSH ขึ้น ทำให้ไข่ไม่ตก แต่ไข่ที่สุกและพร้อมจะตก จึงรอกระบวนการผสมพันธุ์ต่อไป ในขณะเดียวกันนั้นเอง สัตว์ก็จะแสดงอาการเป็นสัดขึ้นอย่างชัดเจน เนื่องจากผลของ เอสโตรเจน จากรังไข่

6. เมื่อสัตว์เข้าสู่กระบวนการเป็นสัดแล้ว ปริมาณ เอสโตรเจน จะลดลงจนถึงระดับที่ทำให้ต่อมใต้สมองสามารถหลั่ง FSH ออกมาได้ ไข่จึง สุก และ ฟอลลลิเคิล แตกออก ปล่อยไข่ออกมาเพื่อผสมกันเป็นตัวอ่อนต่อไป

7. หลังจาก ฟอลลิเคิลแตกแล้ว ก็จะพัฒนาต่อไปกลายเป็น คอร์ปัสลูเที่ยม หรือ ซีแอล หรือ ก้อนเนื้อเหลือง ติดเป็นก้อนเล็กๆ อยู่ที่รังไข่ต่อไป และ ทำหน้าที่สร้างฮอร์โมน โปรเจสเตอร์โรน สู่มดลูกเพื่อให้มดลูกสามารถรักษาตัวอ่อน และตั้งท้องต่อไป

8. แต่หากว่า ผสมไม่ติด หรือเกิดความผิดพลาดขึ้น ไม่มีตัวอ่อนไปฝังที่มดลูก มดลูกก็จะสร้าง ฮอร์โมน พรอสตาแกลนดิน ออกมาเพื่อสลาย ซีแอล ทิ้งไป และเริ่มเข้าสู่กระบวนการเป็นสัดในรอบต่อไป

9. และหากว่า แม่งัวร่างกายไม่สมบูรณ์ หรือสายพันธุ์ที่เจริญพันธุ์ต่ำๆ อย่างเช่น บราห์มัน บราซิล อาจจะเกิดอาการ ซีแอล ค้างได้ เนื่องจากมดลูกไม่สามารถสร้าง พรอสตาแกลนดีน ออกมาได้ ซึ่งสัตว์ก็จะหลอกเราและเลี้ยงท้องว่างไปจนกว่า ซีแอล จะสลายออกไป และจะแก้ไขได้ด้วยการฉีด ฮอร์โมน พรอสตาแกลนดีน เช่น ลูตาไลส์ เอสตรูเมท

________________

เด็กเลี้ยงงัวโง่เง่าเต่าตุ่น ที่ไม่รู้จักพัฒนา หัวไม่ค่อยดี แต่ไม่เคยดูถูกรากฐานของตนเอง

________________

เด็กเลี้ยงงัวโง่เง่าเต่าตุ่น ที่ไม่รู้จักพัฒนา หัวไม่ค่อยดี แต่ไม่เคยดูถูกรากฐานของตนเอง

โกยแนบ วิ่งป่าราบ
User offline. Last seen 3 years 2 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 01/04/2011
Posts: 1035
Points: 0

สิ่งที่ใช้ในการกระตุ้นการเป็นสัด

1. สารเคมีที่ใช้ เป็นวิตามินบำรุง ระบบสืบพันธุ์ทำให้สัตว์มีการพัฒนาของรังไข่ และมดลูก ซึ่งอาจจะทำให้เกิด คลื่นฟอลลิเคิล ขึ้นได้เช่นกัน

2. มีการใช้ ลูทาไลส์ ซึ่งเป็น พรอสตาแกลนดิน จะทำหน้าที่ไปสลาย ซีแอล หากมี ซีแอล ค้าง และเข้าสู่วงรอบการเป็นสัดต่อไป .................. แต่หากรังไข่ไม่มีการพัฒนาเกิดคลื่น ฟอลลิเคิลขึ้น การฉีด ลูทาไลส์ ก็เสียของเปล่าๆ

3. การฉีด โคลูรอน ซึ่งก็คือ โกนาโดโทรปีน จะไปกระตุ้นให้ ไข่สุกและตกลงมา แต่หากว่ารังไข่ และมดลูก ไม่พัฒนา ก็เสียของอยู่ดี ...........

ปรกติ เราจะไม่ใช้ฮอร์โมน พรอสตาแกลนดีน ตัวเดียวในการกระตุ้นการเป็นสัด ............ ยกเว้นกรณีที่มี ซีแอลค้าง หรืออาการผิดปรกติของรังไข่แบบต่างๆ ( ให้หมอมาตอบให้จะดีที่สุดละกันเรื่องนี้ )
........................................................
หากงัวสมบูรณ์ และรังไข่พัฒนาได้ดี ไม่มีปัญหาอะไร ปรกติจะใช้ กัวนาโดโทรปีน ฉีดเข้า ไปเพื่อกระตุ้นให้เกิด คลื่นฟอลลิเคิล ขึ้น แล้วหลังจากนั้นจึงฉีด พรอสตาแกลนดิน ตามไปอีกเข็ม หลังจากที่รังไข่ และมดลูกพัฒนาแล้ว เพื่อให้สัตว์เข้าสู่รอบการเป็นสัด และแสดงอาการออกมาอย่างชัดเจน

หรือไม่ถ้างัวไม่ถึงกับสมบูรณ์ หรือ รังไข่เจริญได้ไม่ดีนัก ก็จะใช้ วัสดุบางชนิดที่ตรึง ฮอร์โมน โปรเจสเตอร์โรน ไว้ เพื่อให้ทำหน้าที่คล้ายๆ ซีแอล ที่จะยับยั้งไม่ให้ไข่สุก และใช้ผลของการเปลี่ยนแปลงระดับของ เอสโตรเจน กระตุ้นให้ ต่อมใต้สมองผลิต FSH และ LH ออกมาให้ไข่ และฟอลลิเคิลพัฒนา แต่ไข่จะไม่ยอมสุก จนกว่าเราจะถอดแท่งฮอร์โมนออก ............. พอเราถอดแท่งฮอร์โมนออก ก็จะมีสภาพเสมือนกับว่า ซีแอล สลายไป งัวจึงแสดงอาการเป็นสัด จากเอสโตรเจน ที่ฟอลลิเคิลผลิตออกมาก ....................

________________

เด็กเลี้ยงงัวโง่เง่าเต่าตุ่น ที่ไม่รู้จักพัฒนา หัวไม่ค่อยดี แต่ไม่เคยดูถูกรากฐานของตนเอง

________________

เด็กเลี้ยงงัวโง่เง่าเต่าตุ่น ที่ไม่รู้จักพัฒนา หัวไม่ค่อยดี แต่ไม่เคยดูถูกรากฐานของตนเอง

โกยแนบ วิ่งป่าราบ
User offline. Last seen 3 years 2 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 01/04/2011
Posts: 1035
Points: 0

ถ้าผิดพลาดประการได ก็ แก้ไขได้เลยครับ ไม่ต้องเกรงใจกัน ผมเองก็แค่คนๆ หนึ่ง และยอมรับได้ครับว่าผมผิด เพราะผิดก็คือผิด ..........

________________

เด็กเลี้ยงงัวโง่เง่าเต่าตุ่น ที่ไม่รู้จักพัฒนา หัวไม่ค่อยดี แต่ไม่เคยดูถูกรากฐานของตนเอง

________________

เด็กเลี้ยงงัวโง่เง่าเต่าตุ่น ที่ไม่รู้จักพัฒนา หัวไม่ค่อยดี แต่ไม่เคยดูถูกรากฐานของตนเอง

prawit
User offline. Last seen 2 years 37 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 07/10/2011
Posts: 165
Points: 0

ขอบคุณครับ ชั่วโมงที่ ๕๘ หลังการฉีดลูทาไล(เป็นแค่ตัวเดียวจากสามตัว ตัวนี้เป็นพันธุ์ชาโลเล่ ดี ๒)มีอาการน้ำเมือกออก ไหลค่อนข้างเยอะ
ชั่วโมงที่ ๖๐ ผสมด้วยน้ำเชื้อของจอแดน แต่สังเกตคอมดลูกไม่แข็งเท่าที่ควรแต่ก็ตัดสินใจผสมไป ต่อมาชั่วโมงที่ ๗๒ ผสมซ้ำ (หลังจากผสมครั้งแรก ๑๒ ชั่วโมงคอมดลูกค่อนข้างแข็ง) แต่วันต่อมาก็ยังเห็นน้ำเมือกออกอยูอีกหนึ่งวัน(ไม่ได้ฉีดโคลูลอน)
อีกสองตัวเป็นฮินดู ไม่มีอาการอะไร วันที่ ๓ หลังการฉีดลูทาไล เลฉีด เอดี๓ อี ตัวละ ๕ ซีซี (ขนาดความเข็มขัน ห้าแสน ไอยู) กะว่าวันที่ ๑๑ เมย ๕๕ จะฉีดลูทาไล อีก ๕ ซีซี (ครบ ๗ วันหลังจากฉีดครั้งแรก)
คำถาม ว่า การฉีดลูทาไล(พีจี)บ่อยๆเป็นอันตรายต่อรังไข่ หรือโดยรวมของวัวหรือไม่ หรือทำให้เกิดผลข้างเคียงอยางไรบ้าง
ขอบคุณเพื่อนสมาชิกครับทำให้มีความเข้าใจมากขึ้น

ดงประดู่ฟาร์ม
User offline. Last seen 1 year 48 weeks ago. Offline
เจ้าบ้าน
Joined: 24/10/2010
Posts: 12189
Points: 0

Markonikove wrote:

เรื่องข้อมูลผิดนี้ผมเห็นตั้งแต่เมื่อวานก่อนแล้ว ก็มันจริงๆนิ ที่ผมให้ข้อมูลผิด ไม่รู้ว่าเกิดสับสนขึ้นในสมองเอาตอนใหน ตอนแรกคิดว่าเด๋ว ผู้รู้ตัวจริงก็คงจะมาบอกเอง ว่าผมผิด
แต่ผู้รู้ตัวจริงดันไม่กล้าหักหน้าผม กลัวผมเสียหน้าซะงั้น ...... เอาก็เอา ...... แก้ก็แก้ ....... อุตส่ามีน้ำใจไม่กล้าหักหน้ากัน .......

ถ้าผิดพลาดประการได ก็ แก้ไขได้เลยครับ ไม่ต้องเกรงใจกัน ผมเองก็แค่คนๆ หนึ่ง และยอมรับได้ครับว่าผมผิด เพราะผิดก็คือผิด ..........

ต้องยกความดีมีน้ำใจให้คุณหมอประจำบอร์ดเลยครับ หมอต้อมยืนยันให้แจ้งพี่โกยก่อน
เป็นการอยู่ร่วมกันแบบสังคมถ้อยทีถ้อยอาศัยครับ ผมว่าเป้นความน่ารักของผู้คนในบอร์ดนี้
Big smile

แล้วก็ต้องชื่นชมพี่โกยกับประโยคข้างบนนะครับ ดูแล้วจริงใจดี
แต่ที่สำคัญ ข้อมูลความรู้ที่เขียนลงมานี่ แน่นปึ๊กดีครับ
Laughing out loud

________________

ศรัทธา คือ การเชื่อในสิ่งที่คุณยังไม่เห็น และรางวัลแห่งศรัทธาก็คือ การได้เห็นในสิ่งที่คุณเชื่อ

________________

ศรัทธา คือ การเชื่อในสิ่งที่คุณยังไม่เห็น และรางวัลแห่งศรัทธาก็คือ การได้เห็นในสิ่งที่คุณเชื่อ

ดงประดู่ฟาร์ม
User offline. Last seen 1 year 48 weeks ago. Offline
เจ้าบ้าน
Joined: 24/10/2010
Posts: 12189
Points: 0

prawit wrote:

คำถาม ว่า การฉีดลูทาไล(พีจี)บ่อยๆเป็นอันตรายต่อรังไข่ หรือโดยรวมของวัวหรือไม่ หรือทำให้เกิดผลข้างเคียงอยางไรบ้าง

ฮอร์โมนทั้งหลาย ถ้าใช้พร่ำเพรื่อบ่อยๆ แน่นอนครับ ส่งผลเสียมากกว่าดี
มันทำให้ระบบฮอร์โมนในตัวสัตว์ผิดเพี้ยนไป จนบางทางอาจทำให้ยากเกินจะแก้ไขได้อีก

ผมเองช่วงที่ทำอีทีก็เคยผิดพลาดจนต้องส่งไปเกิดใหม่หลายตัวเหมือนกันครับ
Puzzled

________________

ศรัทธา คือ การเชื่อในสิ่งที่คุณยังไม่เห็น และรางวัลแห่งศรัทธาก็คือ การได้เห็นในสิ่งที่คุณเชื่อ

________________

ศรัทธา คือ การเชื่อในสิ่งที่คุณยังไม่เห็น และรางวัลแห่งศรัทธาก็คือ การได้เห็นในสิ่งที่คุณเชื่อ

prawit
User offline. Last seen 2 years 37 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 07/10/2011
Posts: 165
Points: 0

ขอบคุณครับ วันที่ ๑๑ ลองดูอีกทีเป็นว่าใช้ครั้งที่ สาม (หากยังไม่เป็นสัดคงปล่อยตามธรรมชาติซึ่งลูกวัวสองตัวอายุ ก็ ๖ เดือนแล้ว) แสดงว่าผมเข้าฟังที่อุบลปีที่แล้วยังไม่เข้าใจพอตามที่หมอต้อมบรรยาย ควรจัดอีกทีนะครับเอาแบบได้ลงมือปฏิบัติบ้าง เพราะฟังวันนั้นนั่งฟังนึกภาพเอาเอง แล้วมาลองทำครับ เป็นกำลังใจคุณไก่สำหรับงานดีกับคนเลี้ยงวัวแบบบ้านๆอย่างผมครับ และขอบคุณคุณโกยแนบ วิ่งป่าราบ ที่ให้ข้อมูลที่เป็นวิชาการ ผมอ่านก็งงอยู่ครับแต่ก็จะทำความเข้าใจ
มากๆ ขอบคุณครับ

Baansuan_Ranch
User offline. Last seen 2 years 49 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 09/11/2010
Posts: 1632
Points: 0

Big smile Big smile

ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้นะคะ

จากประสบการณ์การใช้ฮอร์โมนมาบ้างเล็กน้อยค่ะ

1.การใช้ฮอร์โมนลูทาไลท์ (ในเคสนี้ใช้เพียงอย่างเดียว) ฉีดให้กับแม่โคเพื่อกระตุ้นการเป็นสัด

ถือว่าเป็นโปรแกรมที่สะดวกที่สุด ค่าใช้จ่ายและการจัดการน้อยที่สุด ส่วนผลที่ได้รับ..

ต้องขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์และช่วงจังหวะของวัวในระยะการเป็นสัด โดยหลักการนี้

คือ ใช้ลูทาไลท์ (PG) เพื่อไปสลายคอปัสลูเตียม (CL) และเกิดกระบวนการเป็นสัดตามธรรมชาติ

ของแม่โค แต่..CL ที่ตอบสนองต่อฮอร์โมนพรอสต้าแกลนดิน ต้องมีอายุมากกว่า 6 วัน

และแม่โคต้องมีวงรอบการเป็นสัดตามปกติ ถ้าแม่โคไม่มีวงรอบการเป็นสัดหรือไม่มี

พัฒนาการของรังไข่ จะใช้ไม่ได้ผลค่ะ และที่สำคัญไปกว่านั้น คือ ต้องมีจับสัดเพื่อกำหนด

ระยะเวลาในการผสมเทียม ซึ่งยังประสบปัญหากับแม่โคที่เป็นสัดเงียบหรือเป็นสัดไม่ชัดเจน

2.เท่าที่เก็บตัวเลขในการเหนี่ยวนำให้เป็นสัดในโค มีอัตราการผสมติดแยกตามสายพันธุ์ ดังนี้

อันดับ 1 วัวลูกผสมยุโรป (ลูกผสมชาร์ฯ,วัวนมด้วยนะคะ)

อันดับ 2 วัวบราห์มันพันธุ์แท้

อันดับ 3 วัวอินดูบราซิล

****ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็มีปัจจัยประกอบหลายๆ อย่าง

แต่การตอบสนองต่อฮอร์โมนจะเป็นไปตามลำดับที่กล่าว ซึ่งสังเกตการแสดงอาการเป็นสัดภายนอก

ร่วมด้วย เช่น การปีน อวัยวะเพศบวมแดง เมือก เป็นต้น

ยินดีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ค่ะ โทร 08-9719-5833

อ.พีช บ้านสวน

หมายเหตุ บ้านสวนใช้ ซีดาร์ร่วมกับฮอร์โมนอีกหลายชนิด เพื่อควบคุมการตกไข่และผสมเทียมแบบกำหนดระยะเวลา

Big smile Big smile

________________

ติดตามผลงานได้ที่.. https://www.facebook.com/TBFMagazine มันหมักยีสต์Byบ้านสวน https://www.facebook.com/ManmakYist

________________

ติดตามผลงานได้ที่.. https://www.facebook.com/TBFMagazine มันหมักยีสต์Byบ้านสวน https://www.facebook.com/ManmakYist

Baansuan_Ranch
User offline. Last seen 2 years 49 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 09/11/2010
Posts: 1632
Points: 0

Big smile Big smile

การให้ยาตามโปรแกรมของคุณ Prawit ควรมีการล้วงตรวจระบบสืบพันธุ์ควบคู่กันไปด้วย

เพื่อตรวจสอบการตอบสนองต่อยาของแม่โค โดยปกติบ้านสวนจะใช้โทโนฟอสฟาน คอมโพสิตุม

กับเอ ดี3 อี และไม่ลืมการถ่ายพยาธิทั้งระบบภายใน ภายนอก และในเลือด (สำคัญม๊ากกกก)

ร่วมกับการจัดการด้านโภชนาการ ทั้งอาหารหยาบ อาหารข้น น้ำสะอาด เกลือแร่ เป็นต้น

ขอให้โชคดีค่ะ

Big smile Big smile

________________

ติดตามผลงานได้ที่.. https://www.facebook.com/TBFMagazine มันหมักยีสต์Byบ้านสวน https://www.facebook.com/ManmakYist

________________

ติดตามผลงานได้ที่.. https://www.facebook.com/TBFMagazine มันหมักยีสต์Byบ้านสวน https://www.facebook.com/ManmakYist

prawit
User offline. Last seen 2 years 37 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 07/10/2011
Posts: 165
Points: 0

ขอบคุณครับข้อแนะนำมีประโยชน์มากครับ ใจอยากเลี้ยงวัวให้ได้ลูกปีละตัวตามตำรา แต่ในความเป็นจริงเลี้ยงวัวมาสองสามปี ก็ศึกษาอบรม
หาความรู้เพื่อลดค่าใช้จ่ายครับ ก็ใช้วัวเรานี่แหล่ะทดลองเรียนรู้เป็นประสบการณ์ วันนี้(๑๑ เมย๕๕เวลา ๑๘.๐๐ น.)จะใช้สองแม่ที่เหลือได้ผลอย่างไร จะแลกเปลี่ยนกับเพื่อนสมาชิกอีกทีครับ

Counter

  • Visitor Count: 19,370